ตามรอยพระพุทธเจ้าตอนที่2 : ดงคสิริ สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยา : พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้

สวัสดีครับท่านผู้เจริญในธรรมทุกท่าน

วันนี้เป็นวันที่ 2  ที่ผมจะถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางไปสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  และเป็นสถานที่จริงตามที่ได้บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกให้กับทุกท่านได้สัมผัส ได้รู้สึกถึงเหมือนกับว่าท่านได้เข้าไปอยู่ ณ ที่แห่งนั้นในเวลาที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นจริง  เรามาเริ่มกันเลยครับ  เนื่อหาอาจจะยาว  แต่อานิสงค์ของการศึกษาพุทธประวัตินั้นมีมากจริงๆครับ  ขออนุโมทนา สาธุ

เช้าวันที่2  อังคารที่ 12 มกราคม 2553

วันนี้เราตื่นกันตั้งแต่ตีสี่  เพื่อทำการเดินทางไปยังสระมุจลินทร์ของจริง  ซึ่งเป็นสถานที่ ที่พระพุทธองค์ได้เสด็จมาประทับเพื่อเสวยวิมุตติสุขสัปดาห์ที่ 6  หลังจากที่ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงขออนุญาตแทรกความรู้ที่สำคัญที่จะทำให้ทุกท่านเข้าใจและสนุกกับในการติดตามเรื่องราวต่างๆที่ผมจะถ่ายทอดให้กับทุกท่านได้ทราบ  จึงขออธิบายตามลำดับความสำคัญของเหตุการณ์  แต่ไม่เรียงตามลำดับการไปสักการะ  และกับการเสวยวิมุตติสุข  ผมจะเสริมด้วยรูปและวีดีโอต่างๆที่ได้ถ่ายมาให้ท่านได้ชมไปพร้อมกับสถานที่ดังนี้  

ดงคสิริ  สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยา ของพระโพธิสัตว์

“ถิ่นนี้มีภูมิภาคอันรื่นรมย์ มีหมู่ไม้ร่มรื่นน่าสบายใจ ทั้งมีแม่น้ำไหลผ่าน น้ำใสไหลเย็น และมีท่าน้ำ คือ ชายหาดที่ราบเรียบ ทั้งหมู่บ้านที่จะภิกขาจารก็มีอยู่โดยรอบ นับเป็นสถานที่ควร บำเพ็ญเพียร”

พระไตรปิฎก

25 ตุลาคม พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955)…ณ เขาดงคสิริ

พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาถึง 6 ปี ณ ดงคสิริ

เราไปถึงดงคสิริกันตอนเกือบ10โมงแล้ว  แต่อากาศก็ยังเย็นเหมือนเดิม   เมื่อไปถึงผมก็ต้องแปลกใจทันที่ที่ได้เห็นทางเดินขึ้นเขาสูง ลาดชันประมาณ 30 องศา และยาวเป็นกิโลนั้น  จะมีกองทัพของขอทานผู้ด้อยโอกาสทางสังคมมากมายตั้งแต่คนแก่มากๆ จนไปถึงเด็กเพิ่งเกิดใหม่ที่ถูกกระเตงโดยแม่มาขอทาน  ในสภาพอากาศหนาวเย็นและลมแรง  พวกเขาเหล่านั้น  เสื้อผ้าเก่าขาดวิ่น  สกปรก และดูเหมือนไม่ได้อาบน้ำกันมานาน  ผมติดกันเป็นตังเม  นั่งเรียงรายเป็นแถวยาวตั้งแต่ตีนเขาจนถึงยอดเขา  กลุ่มเด็กที่วิ่งตามมาขอทานก็มีมากเช่นกัน

ตีนเขาดงคสิริ พร้อมกองทัพขอทานบาวเหยียด

ตีนเขาดงคสิริ พร้อมกองทัพขอทานยาวเหยียด

เด็กๆมากมายที่เป็นอนาคตของชาติเล่านี้   น้ำมูกไหลแห้งเกอระกรังเปรอะหน้าตาที่มอมแมม  พยามวิ่งตามทุกคนที่เดินทางขึ้นเขาเพื่อตื๊อขอทาน  ขอโอกาสให้เขาได้มีอาหารทานไปวันๆ   บางคนโดนเด็กเดินรุมตามตั้งแต่ตีนเขาไปจนถึงยอดเขา  เด็กๆไม่มีการย่อท้อ พูดขอเงินหรืออาหารตลอดเวลา  รู้สึกสงสารจับใจ  แต่ก็ให้ทานไม่ได้  เพราะอาจจะโดนกองทัพขอทานแห่เข้ามารุมทึ้งเอาได้  อันตรายจริงๆครับ

กลางทางขึ้นเขาดงคสิริ พร้ิอมขอทานที่น่าสงสารยาวเหยียด

กลางทางขึ้นเขาดงคสิริ พร้อมขอทานที่น่าสงสารนั่งเรียงรายยาวเหยียด

ทุกครั้งที่พบเจอกับขอทานไม่ว่าที่แห่งไหนก็ตาม  ผมจะบอกตัวเองเสมอว่า  เราโชคดีมากที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ลูกผมก็โชคดีมากที่ไม่ได้เกิดเป็นเด็กอินเดีย  ทำให้เข้าใจการมีชีวิตอยู่ในแบบสมถะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก  เด็กที่นี่หิวโหยและขาดโอกาสทางการศึกษาอย่างน่าเสียดายที่สุด

ทางขึ้นยอดเขาดงคสิริ และกองทัพขอทานเช่นเดิม

ทางขึ้นยอดเขาดงคสิริ และกองทัพขอทานเช่นเดิม

ผมจะไม่ขออธิบายรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับพุทธประวัติให้มากเกินไปในบลอกนี้  แต่จะลิงค์ข้อมูลให้กับทุกท่านได้ศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลภายนอกครับ

คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านข้อมูลโดยละเอียดสำหรับวิธีการที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาครับ

เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาเราก็ได้เข้าไปสักการะถ้ำที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ภายในถ้ำดงคศิริ หรือ  ตุงคศิริ  ซึ่งเป็นถ้ำหินแข็ง มีขนาดประมาณ 9 ตารางเมตร (ซึ่งคงเป็นขนาดเดียวกัน กับสมัยที่พระโพธิสัตว์ ทรงบำเพ็ญเพียร)  เพราะเหตุที่ถ้ำนี้ เป็นถ้ำจากผนังเขา ไม่ใช่ถ้ำที่อยู่ติดดิน (ซึ่งพอนานปี ก็มักมีดินพอกพูน จนพื้นถ้ำตื้นเขิน ทำให้ถ้ำมีขนาดเล็กลง)

ณ ที่นี้พระสิทธัตถะ เคยได้บำเพ็ญทุกรกิริยา อย่างหนักมาแล้ว จนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เพราะต้องการ ค้นให้พบสัจจธรรม อันจะนำสัตว์โลก ให้พ้นจากบ่วง แห่งความทุกข์ ที่เวียนว่ายตายเกิด อยู่อย่างนั้นๆ

ปัจจุบัน ในถ้ำนี้ได้พบว่า บริเวณกลางถ้ำ มีการประดิษฐาน พระพุทธรูป เป็นหินอ่อน หรือหยกขาว ตั้งอยู่ในตู้กระจก มีขนาดสูงประมาณ 40 ซม. พระพุทธรูปนี้ มีพระพักตร์งดงามมาก พระโอษฐ์ยิ้มแย้มละมัย อ่อนหวาน. ส่วนด้านขวาของพื้นถ้ำ มีพระพุทธหิน แกะสลักอีกหลายรูป

ภายในถ้ำดงคสิริ

ภายในถ้ำดงคสิริ

พุทธคยา  สถานที่ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์


พระเจดีย์พุทธคยา

พระเจดีย์พุทธคยา

หลังจากไปเยือนดงคสิริแล้ว  ตอนบ่ายเราก็เดินทางไปพุทธคยากันเลย  เราไปถึงกันประมาณบ่าย3โมง  ลงจากรถก็เจอกับน้องๆขอทานที่เตรียมตัวรอรับเราอยู่แล้ว  คณะของเราจัดขบวนแถว  แล้วก็ถอดรองเท้า เดินหอบของบูชากันเข้าไปด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและตื่นเต้นที่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า  ก็จะได้สักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงตรัสรู้ที่เดียวกันนี้มาโดยตลอด

โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์

โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์

คณะของเราได้เตรียมผ้าบูชาผืนยาวสีสวยงามมาก  แล้วช่วยกันห่มรอบบริเวณพุทธคยา ซึ่งกินบริเวณกว้างโดยรอบกำแพงที่ห้อมล้อมพระเจดีย์อยู่  ซึ่งกว่าจะห่มผ้าเสร็จกินเวลายาวไปจนถึง 6 โมงเย็น  ซึ่งอากาศก็หนาวเย็นมากขึ้นตามลำดับ  และนี่คือบรรยากาศการบรรยายธรรมสดๆ  จากโคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ กล่าวถึงลำดับการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ครับ  ภาพอาจจะมืดมากสักหน่อย  เพราะตอนนั้นมืดแล้ว  และมีแสงน้อยมาก  ขอให้ใช้การฟังเพื่อซึมซับบรรยากาศเป็นหลักครับ  (ถ้าดูแล้วกระตุก กรุณากด Play  เมื่อภาพเล่นแล้ว กดหยุดชั่วคราวเพื่อรอให้วีดีโอโหลดสักระยะครับ)

คลิิ๊กลิงค์ข้างล่างนี้เพื่ออ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าอย่างละเอียดครับ

คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านเรื่องทรงรับหญ้าคา

คลิ๊กที่นี่เพื่อ่านเรื่องทรงผจญพญามาร

คลิ๊กทีนี่เพื่ออ่านเรื่องทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ

ทรงตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ

ทรงตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ

วันที่2นี้ยังไม่น่าจะจบลงครับ  เพราะยังมีของดีให้ดูอีกมาก  จึงขอเขียนต่อตอนหน้าสำหรับวันสำคัญที่เป็นเพียงแค่วันที่2 ของการเดินทางของเราเท่านั้นครับ

พระพุทธองค์  ทรงตัดแล้วซึ่งกิเลสทั้งมวล  ทรงเป็นผู้รู้แจ้งโลก  ทรงเป็นผู้สั่งสอนสัตว์ทั้งหลาย  ให้ก้าวพ้นห้วงทุกข์

เราคือสาวกของพระองค์  การที่เราจะเดินตามรอยพระบาทของพระองค์ได้ 

ทุกท่านควรเริ่มด้วยการมีศรัทธาในคำสั่งสอนของพระองค์ ที่สอนให้เรารู้จักการให้ทานเพื่อสร้างบุญบารมี  การรักษาศีล ๕ และ ศีลอุโบสถในวันพระ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น  และเจริญภาวนานั่งสมาธิ วิปัสสนา เพื่อค้นหาทางหลุดพ้น

อย่าให้การเกิดมาในชาตินี้เป็นมนุษย์  ที่เป็นการเกิดได้ยากนั้น  เสียไปโดยเปล่าประโยชน์  ยังไงไปนิพพาน หรือ สวรรค์ ก็ดีกว่าไปนรกแน่นอนครับ

ขอฝากไว้ว่า  แค่เพียงไม่ได้รักษาศีล 5 ทุกท่านก็มีโอกาสไปอบายภูมิ  เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว

ต้องการศึกษาเรื่องศีล คลิ๊กไปที่นี่ครับ

ต้องการฝึกนั่งวิปัสสนา คลิ๊กไปที่นี่ครับ

ไม่ต้องการพลาดข่าวสารข้อมูลสำคัญจากผม  กรุณากรอกอีเมล์ของท่านในช่องว่างด้านขวามือที่เขียนว่า Email Subscription


ขอให้ท่านเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีลในธรรมได้

ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่าน

สาธุ

กมลเวช เมืองศรี

http://dhammataan.wordpress.com/2009/12/09/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A/

71 responses to this post.

  1. อนุโมทนา สาธุ ครับ

    ตอบกลับ

  2. ขอบคุณมากค่ะ แต่นัดกันใส่สีขาวหรือเปล่าค่ะ เห็นแต่งตัวสีขาวกัน

    ตอบกลับ

  3. อนุโมทนา สาธุด้วยคน ครับ สักวันผมและครอบครัวคงมีโอกาสได้ไปสังเวชณียสถาน บ้างเหมือนท่าน
    มีพระที่เคยไปแล้วผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านรู้สึกว่าน้ำตามันจะไหลอีกครั้งเมื่อกล่าวถึงตอนสถานที่ดับขันธปรินิพพาน เพราะยังไม่มีโอกาสได้ไป และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไหม
    ต้องขออนุโมทนากับบุคคลที่ได้ไปทุกท่าน
    บุญกุศลที่ได้รับฟังและดูในครั้งนี้ขอให้ท่าน กมลเวช เมืองศรี และคณะฯ มีความสุขและเข้าถึงนิพพานโดยเร็ววัน สาธุ

    ตอบกลับ

  4. อนุโมทธาครับ

    ตอบกลับ

  5. Posted by หมอบอล on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 2:08 am

    ขออนุโมธนาบุญในธรรมทานของพี่แถวครับ สาธุ

    ตอบกลับ

  6. Posted by ธนพล สาลิวรรธนะ on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 2:56 am

    ขออนุโมธนาบุญในธรรมทานของ คุณกมลเวช อย่างสูง ครับ สาธุ

    ตอบกลับ

  7. Posted by อนุสรณ์ on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 3:13 am

    ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุ

    ตอบกลับ

  8. อนุโมทนาค่ะ

    ตอบกลับ

  9. ขอบคุณมาก ขอให้มีความสุขกับการได้ศึกษาธรรมะ

    ตอบกลับ

  10. ขออนุโมธนาสาธุ ด้วยน่ะครับ
    เต

    ตอบกลับ

  11. อนุโมทนา สาธุ ครับ

    ตอบกลับ

  12. Posted by ศากยบุตรพุทธชิโนรส on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 4:19 am

    ขอบคุณ และกราบอนุโมทนาทั้งหมด ด้วยความรัก บูชา พระพุทธเจ้าสุดหัวใจ

    ตอบกลับ

  13. Posted by รัชนีวรรณ on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 5:35 am

    ขออนุโมทนา สาธุ ในจิตที่เป็นกุศลของคุณกมลเวช รู้สึกตื้นตัน น้ำตาไหล โดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นรูปพระพุทธเจ้า ทำให้ตั้งใจจะ
    ปฏิบัติให้มากกว่าเดิม จะถือศิล นั่งวิปัสสนา ขอถวายพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้า บิดา มารดา ครูบาอาจารย์
    เทวดาประจำกาย เจ้ากรรมนายเวร ขอคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
    ปกปักรักษาคุณกมลเวช และ คณะ ตลอดจนผู้มีศิลทั้งหลาย รวมทั้งตัวเองและครอบครัวให้ได้ดวงตาเห็นธรรมทุกคนเทอญ

    ตอบกลับ

  14. สา…ธุ……สา….ธุ… เป็นบุญตายิ่งแล้ว…..เป็นความรู้สึกปลาบปลี้ม….ปิติ ยินดียิ่งแล้ว

    ตอบกลับ

  15. Posted by วิชัย วรรณพุฒ on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 7:01 am

    สวัสดีครับคุณ กมลเวช เมืองศรี

    ได้อ่านบทความของท่านแล้วครับ นับว่าดีมาก มีความละเอียดสมบูรณ์ในเนื้อหาเข้าใจง่ายและสามารถเชื่อมโยงความรู้ต่อไปได้อีกมาก ผมขออนุโมทนาบุญกับท่านด้วยนะครับ

    สาธุ

    วิชัย วรรณพุฒ

    ตอบกลับ

  16. Posted by พิสิษฐ์ on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 7:02 am

    บุญใด ที่คุณกมลเวช ส่งถึงเพื่อนๆทั้งหลาย ก็ขอให้บุญนั้นๆส่งผลกลับถึงคุณ กมลเวชอย่างทับทวีคูณครับ

    พิสิษฐ์

    ตอบกลับ

  17. Posted by อนุวัฒน์ on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 7:08 am

    สวัสดีครับ

    ขอขอบคุณครับ ด้วย บุญทาน ครั้งนี้ ขอให้ ท่าน จงประสบแต่ความสุขความเจริญเช่นกัน

    อนุวัฒน์

    ตอบกลับ

  18. ขอขอบคุณ คุณกมลเวช และอนุโมธนาสาธุ ด้วยครับ

    อภิชา

    ตอบกลับ

  19. ขออนุโมธนาสาธุ และขอบคุณ คุณกมลเวช ครับ

    ตอบกลับ

  20. สาธุ อนุโมทนา สำหรับบุญครั้งใหญ่ของคุณด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ

    ตอบกลับ

  21. Posted by ณัฐวีรา on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 1:13 pm

    ขออนุโมทนาบุญอีกครั้งนะคะ กับธรรมทานที่ยิ่งใหญ่นี้
    ขอให้คุณจงมีแต่ความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม
    จนกว่าจะเข้าสู่พระนิพานค่ะ

    อย่างจริงใจ

    สา

    ตอบกลับ

  22. Posted by เจี๊ยบ on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 2:32 pm

    ขอขอบคุณ คุณกมลเวช….

    ขออนุโมทนาบุญอีกครั้งนะคะ …

    ตอบกลับ

  23. สาธุครับขอให้ได้กุศลอย่างแรง

    ตอบกลับ

  24. สาธุ นะครับ ผมยังหวังว่าจะ ได้ อ่านอีก

    ตอบกลับ

  25. Posted by เปา สุรินทร์ on กุมภาพันธ์ 8, 2010 at 5:44 pm

    ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

    ตอบกลับ

  26. อนุโมทนาครับ
    สาธุ สาธุ สาธุ

    ตอบกลับ

  27. ขอบคุณที่ส่งมาให้ดูอยากไปที่สุดเลย ขอบคุณมากครับ

    ตอบกลับ

  28. อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

    ตอบกลับ

  29. ขออนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ

    ตอบกลับ

  30. Posted by จักรพงศ์ มาลัย on กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 9:17 am

    ขอขอบคุณและอนุโมทนา สาธุด้วยคับ

    ตอบกลับ

  31. Posted by ศิริพงษ์ on กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 9:22 am

    รับบุญกันท่วนหน้าครับ

    ตอบกลับ

  32. Posted by เกรียงศักดิ์ on กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 9:41 am

    ขอบคุณมากคับ

    ตอบกลับ

  33. ขอบคุณครับมากๆครับ สำหรับบุญบารมีที่นำมาฝากครับ อนุโมทนา สาธุๆ

    ตอบกลับ

  34. อนุโมทนา สาธุ

    ตอบกลับ

  35. Posted by ชะยันต์ อินเล็ก on กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 1:07 pm

    ดีครับ แต่ตัวหนังสือเล็กไป อ่านยากครับ สำหรับคนสายตาไม่ค่อยดี

    ตอบกลับ

  36. Posted by บานชื่น on กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 1:23 pm

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

    ตอบกลับ

  37. ขออนุโมนาบุญด้วยครับ

    ตอบกลับ

  38. Posted by เจตนิพิฐ on กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 2:00 am

    ขอนุโมทนาครับ

    ตอบกลับ

  39. อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

    ตอบกลับ

  40. Posted by สิริกร on กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 3:21 am

    ขอบพระคุณมากนะคะ ขออนุโมทนาบุญด้วยคะ

    ตอบกลับ

  41. Posted by ปวีณรัตน์ เทศศรีเมือง on กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 5:37 am

    ขอบคุณมากค่ะ
    อนุโมทนาบุญ
    และขออนุญาตนำเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์อีสานโพสต์ (ถ้าผู้ใหญ่พิจารณาให้ดำเนินการออกต่อได้) หรือหนังสืออื่นใดที่กำลังวางแผนดำิเนินการ
    ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
    ปวีณรัตน์ เทศศรีเมือง
    080-5960572

    ตอบกลับ

  42. Posted by เอกอนันต์ on กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 10:43 am

    เอ… สวัสดีครับ… ผมจำชื่อคุณไม่ได้… แต่คิดว่า…เราเคยเจอกัน… ในคอร์ส แลนด์มาร์ค ใช่ไม๊ครับ ?

    ตอบกลับ

  43. Posted by แสงเดือน on กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 11:49 am

    ขอบคุณมากที่ส่งสิ่งที่ดีๆ และหาดูยากมาให้ได้ศึกษา ขอให้ผลบุญหนุนส่ง สาธุ สาธุ

    ตอบกลับ

  44. สาธุ สาธุ สาธุ
    ขออนุโมธนาบุญ
    สมโภช 1843757

    ตอบกลับ

  45. ขออนุโมธนาบุญในธรรมทานของ คุณกมลเวช อย่างสูง ครับ สาธุ

    ตอบกลับ

  46. ขอบคุณครับที่ส่งสิ่งดีๆอย่างนี้มาให้ แต่ผมรู้จักคุณในรูปแบบนักธุรกิจ ออนไลท์ ผมอยากรู้ว่า มันเกี่ยวกัน อย่างไร

    ตอบกลับ

  47. Posted by สุธาเทพ ศรีประโคน on กุมภาพันธ์ 11, 2010 at 5:22 am

    สวัสดีครับคุณกมลเวช

    ขออนุโทนาในบุญที่ท่านได้กระทำแล้ว ผมดีใจมากครับที่ได้มีโอกาสเจอคนดีๆ ที่จะช่วยกันเผยแพร่พระศาสนาของเราให้อยู่ครบตามอายุพระศาสนา

    ผมเคยได้เข้าคอร์สอบรมธรรมะกับอาจารย์ษิริพงศ์ เมื่อหลายปีก่อน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ผมได้ศึกษาธรรมะ มากขึ้น

    ผมมีเรื่องที่จะเล่าสูกันฟังครับ คือ เมื่อต้นปีที่แล้วผมได้ไปบวชที่วัดภูพลานสูง อ.นาจะหลวย จ. อุบลราชธานี ที่นั้นมีอะไรอัศจรรย์หลายเรื่องเกี่ยวกับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือมีพระบรมสารีริกธาตุของพุทธองค์เสด้จมาโดยอัศจรรย์ หลายองค์ ทั้ง พระโลหิตธาตุ พระทันตธาตุ พระสรีรังคารธาตุ ข้อพระหัตถ์เบื้องขวา พระนขาธาตุ และรอยพระพุทธบาทก็เพิ่งปรากฎเมื่อ สามปีที่แล้ว

    ตอนนี้ผู้คนเริ่มหลังไหลเข้าไปนมัสการ ทุกสรีระของพระองค์อยู่ที่วัดนี้หมดครับ ลองเข้าไปดูข้อมูลในเวปด้านล่างนี้ครับ แล้วช่วยกันเผยแพร่และเชิดชูบูชาครับ

    การเสด็จมาทุกองค์มีที่มาที่ไป อย่างชัดเจน ตามคัมภีร์ที่หลวงพ่อได้รับมาจากเทวดา และที่วัดนี้จะเป็นแหล่งเผยแพร่พุทธศาสนาแห่งใหม่ของโลกด้วย ตามที่ระบุไว้ในคัมภีร์ครับ

    http://www.suriyathat.net

    บุญกุศลใดๆที่คุณกมลเวชได้กระทำมาแล้วตั้งแต่อตีตชาติถึงปัจจุบันขอให้เป็น ตบะ เป็นเดชะ เป็นพละปัจจัย นำพาวิถีชีวิตของท่านและครอบครัวให้มีความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

    ขอขอบคุณพระที่ส่งคนดีๆให้ได้รู้จักกัน ผมอยู่บุรีรัมย์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

    ขอแสดงความนับถือ

    สุธาเทพ ศรีประโคน 0850164529

    ตอบกลับ

  48. อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
    ชาตินี้ไม่รุ้จะได้ไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่

    ตอบกลับ

  49. อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ แม้ไม่ไปเห็นตา มีท่านนำสัมผัสผ่านโลกอินเตอร์เน็ต ขอบพระคุณมากค่ะ ทานในการให้ธรรมะ เป็นบุญในยิ่งใหญ่ค่ะ สาธุ

    ตอบกลับ

  50. Posted by ไพรวัลย์ on กุมภาพันธ์ 11, 2010 at 1:43 pm

    ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

    ตอบกลับ

  51. ขออนุโมธนาบุญในธรรมทานของ คุณกมลเวช อย่างสูง ครับ สาธุ

    ตอบกลับ

  52. Posted by ทิพย์สุคนธ์ on กุมภาพันธ์ 11, 2010 at 3:27 pm

    สวัสดีค่ะ คุณกมลเวช

    นี่เป็นครั้งแรกที่ตอบกลับ อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ และขอบคุณมากๆในความปรารถนาดีในการเป็นญาติธรรม แม้เราจะไม่

    เคยรู้จักกันแต่สิ่งที่สื่อสารในความหวังดี คือธรรมะ หากมีโอกาสคงได้สนทนาธรรมกัน ขอบคุณค่ะ

    ตอบกลับ

  53. Posted by เมย์ นพโกวาท on กุมภาพันธ์ 12, 2010 at 3:11 am

    ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

    ตอบกลับ

  54. ร่วม อนุโมทนา สาธุด้วยคนครับ

    ตอบกลับ

  55. ขออนุโมทนาบุญด้วยคนครับ สาธุ

    ตอบกลับ

  56. ขอบคุณมากนะคะ และโมทนาสาธุ
    มีอะไรดีๆอย่างนี้ ช่วยส่งมาอีกนะคะ (ชอบมากคะ)

    ตอบกลับ

  57. Posted by สมศักดิ์ on กุมภาพันธ์ 16, 2010 at 4:03 pm

    ร่วม อนุโมทนาบุญด้วยครับ

    ตอบกลับ

  58. Posted by นักเรียนเก่าอินเดีย on เมษายน 4, 2010 at 3:16 am

    ขออนุโมทนาบุญกับคุณกมลเวช และคณะมิตรธรรมครับ การพัฒนามนุษย์ต้องพัฒนาภูมิธรรมนำภูมิความรู้ เมื่อจิตใจมั่นในธรรมดีแล้ว ย่อมเป็นมรรคานำความรู้ไปใช้ในทิศทางที่ถูกต้อง อำนวยประโยชน์แก่สาธารณะเป็นสารัตถะ
    ขออำนวยพรให้คุณกมลเวช และคณะมิตรธรรม มีความสุข และเจริญมั่นในธรรม ตลอดไปครับ

    ตอบกลับ

  59. Posted by อรรถวุฒิ กิจคาม on เมษายน 16, 2010 at 10:18 pm

    ขอร่วมอนุโมทนาสาธุด้วยครับ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 152 other followers